Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest
Share on email

รีวิวหนังตลก เรื่อง เฮ้ย! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

หนังตลก
รีวิวหนังตลก เรื่อง เฮ้ย! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

เฮ้ย! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ หนังตลกไทย ที่สามารถเรียกเสียงหัวเราะจากคนดูได้นั้น นอกจากจะได้นักแสดงนำมากฝีมืออย่าง โป๊ป ธนวรรธน์ , เต๋อ ฉันทวิชช์ และแซมมี่ เคาวเวลล์ มาร่วมประชันบทบาทกันในหนังแล้ว เรื่องนี้ยังพาเราย้อนเวลากลับไปยังปี 2541 อีกด้วย เราจะได้ชมภาพบ้านเรือนและความเป็นอยู่ของคนในยุคนั้นว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดังนั้น ใครที่มองหา หนังตลก ดูในช่วงวันหยุดนั้น ต้องลองมาอ่านรีวิวหนังเรื่องนี้กันก่อนเลย รับรองเลยว่าเป็นหนังที่ดูสบาย ๆ พร้อมทั้งยังเหมาะเป็นหนังที่เราจะชวนคนในครอบครัวมาดูไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย

ชื่อเรื่อง: เฮ้ย! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

ภาษา: ไทย

ประเภท: คอมเมดี้

ปีที่ฉาย: 2020

นักแสดงนำ: โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ , เต๋อ-ฉันทวิชช์ ชนะเสวี , แซมมี่ เคาวเวลล์

คะแนน: 6.5/10

หนังตลก
รีวิวหนังตลก เรื่อง เฮ้ย! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

เรื่องย่อหนังตลก เฮ้ย! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

เฮ้ย! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ หนังตลก ที่เล่าถึงเรื่องราวของ ก็อต (รับบทโดย โป๊ป ธนวรรธน์) หนุ่มนักแข่งรถไฟแรงที่ไม่ค่อยจะลงรอยกับพ่อของเขามากสักเท่าไหร่ โดยเขาพยายามที่จะพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าเขาเก่งแค่ไหน อยู่มาวันหนึ่งเขาก็ได้รางวัลแชมป์นักแข่งรถทางเรียบ แต่ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อก็อตได้ทะลุมิติกลับมายังปี 2541 ก่อนที่ตัวเองจะเกิดเพียง 1 ปี ทำให้ก็อตได้พบกับ เปรม (รับบทโดย เต๋อ ฉันทวิชช์) พ่อของเขาในช่วงวัยรุ่นที่เป็นหัวหน้าแก๊งเจ้าโลก ทำหน้าที่ในการเก็บค่าเช้าร้านค้า ร้านคาราโอเกะ โดยการทะลุมิติของก็อตในครั้งนี้ก็ทำให้พ่อของเขากลายมาเป็น ลูกเพ่ คนสนิท ที่ดันมาปิ๊งสาวคนเดียวกันก็คือ ดิว (รับบทโดย แซมมี่ เคาวเวลล์) สุดท้ายแล้วเรื่องราวความสัมพันธ์ของทั้งสามคนจะดำเนินไปอย่างไร และการย้อนเวลากลับมาของก็อตจะทำให้เขาเข้าใจพ่อของเขามากยิ่งขึ้นไหม ต้องไปติดตามกันต่อใน หนังตลกไทย เรื่องนี้

หนังตลก
รีวิวหนังตลก เรื่อง เฮ้ย! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

สรุปโดยภาพรวม

สำหรับจุดเด่นของ หนังตลก เรื่อง เฮ้ย! ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ ถือได้ว่าทำพล็อตเรื่อง และดำเนินเรื่องออกมาได้อย่างเข้าใจง่าย ดำเนินเรื่องไปเรื่อย ๆ ไม่ค่อยมีฉากลุ้นสักเท่าไหร่ แต่มีฉากให้เราได้หัวเราะกันตลอดเกือบทั้งเรื่อง และบวกกับฝีมือการแสดงของเหล่านักแสดงก็ยิ่งทำให้ หนังเรื่องนี้น่าดูมากยิ่งขึ้น รวมถึงฉาก และสถานที่การทำก็สมจริง เหมือนเราได้ย้อนกลับไปในช่วงปี 2541 จริง ๆ หนังเรื่องนี้ยังเลือกใช้โทนสีที่เหมาะกับบรรยากาศของหนังอีกด้วย ดังนั้น ถึงแม้ว่าหนังจะเดาทางง่าย และไม่ค่อยมีฉากให้เราต้องตื่นเต้นกันสักเท่าไหร่ แต่ก็เหมาะที่จะเป็นหนังที่ดูเพื่อความบันเทิง ดูแล้วไม่ต้องซีเรียสกับพล็อตของเรื่อง ถือว่าทำออกมาได้ไม่เลวเลยทีเดียว และยิ่งเราได้ดูรวมกับเพื่อน ครอบครัว ก็ยิ่งทำให้หนังเรื่องนี้สนุกมากขึ้น เพราะหนังเรื่องนี้ยังแฝงข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวให้เราได้คิดตามด้วยเช่นกัน มีมุมซึ้งของความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวให้เราได้แฮปปี้กันตอนจบอีกด้วย

Share This Post

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email
Share on pinterest

Other Content

Do Do Sol Sol La La Sol
ซีรี่ย์

Do Do Sol Sol La La Sol

สำหรับแฟน ๆ ซีรี่ย์เกาหลี