Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest
Share on email

รีวิวหนังพยัคฆ์ร้าย 007 JAMES BOND NO TIME TO DIE

NO TIME TO DIE
รีวิวหนังพยัคฆ์ร้าย 007 JAMES BOND NO TIME TO DIE

หนังพยัคฆ์ร้าย 007 JAMES BOND โดยเป็นภาคที่ใช้ชื่อว่า NO TIME TO DIE หลังจากที่สายลับ 007กับใช้ชีวิตอย่างแสนสงบในประเทศจาไมก้า แต่แล้วช่วงเวลาพักผ่อนของเขาก็ได้จบลง เมื่อฟลิกซ์ เลเทอร์ เพื่อนเก่าจากหน่วยซีไอเอ ได้ขอความช่วยเหลือให้กลับมาทำภารกิจ นั่นคือการช่วยชีวิตนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกลักพาตัวไป ซึ่งเหตุการณ์ดูจะเลวร้ายมากกว่าที่คิด เพราะเขาได้เผชิญกับวายร้ายลึกลับที่มีพร้อมทั้งความฉลาดความเลว และวิทยาการอาวุธที่ทันสมัย เขาจะสามารถทำภารกิจนี้ได้สำเร็จหรือไม่

ผู้กำกับ : แครี่ โจจี้ ฟุคุนะงะ

เริ่มฉาย : 7 ตุลาคม 2021

ความยาว : 164 นาที

คะแนน : 9/10

ชีวิตที่สงบสุขอาจะไม่สงบสุขอีกต่อไป

หลังจากที่เจมส์ บอนด์ได้ไปใช้หลังปลดเกษียณจากหน้าที่สายลับและได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับแฟนสาวอย่างเมดาลีน ภาค NO TIME TO DIE เปิดเรื่องที่ประเทศจาไมก้าซึ่งพวกเขาไปใช้ชีวิตนั้นมีความสุขกันมากๆ เพราะทั้งคู่ต่างรักกันและเข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดีเพราะเขาและเธอต่างรูปความหลังอดีตที่เคยผ่านมา แต่เมดาลีนกลับมีความลับบางอย่างที่ยังไม่เคยเล่าให้เจมส์ฟัง ส่วนเจมส์ก็ยังไม่ลืมอดีตคนรักเก่าอย่างเวสเปอร์ ลิน นั่นทำให้เขาและเธอยังมีบางอย่างอยู่ในใจของกันและกัน ซึ่งใน NO TIME TO DIE หนังสายลับภาคนี้จะพาผู้ชมพบกับภารกิจที่ไม่คาดคิด

NO TIME TO DIE
รีวิวหนังพยัคฆ์ร้าย 007 JAMES BOND NO TIME TO DIE

ความลับในอดีตของเมดาลีน

ภาพยนตร์ต่างประเทศพยัคฆ์ร้าย 007ในภาค NO TIME TO DIE ได้เล่าถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขของพวกเขาที่จาไมก้า เมดาลินก็เลือกที่จะเปิดใจกับเจมส์โดยขอสัญญาว่าจะให้เจมส์ลืมคนรักเก่าเขาไปให้ได้ เธอจึงเล่าเรื่องชายสวมหน้ากากที่เคยมาตามหาพ่อของเธอ (MR.WHITE) ที่เคยเป็นอดีตนักฆ่า แต่เขาไม่เจอจึงได้ฆ่าแม่ของเธอและไล่ฆ่าเธอจนตกลงไปในน้ำที่เป็นน้ำแข็ง แต่หลังจากนั้นเขากลับช่วยชีวิตเธอไว้ ซึ่งในภาค NO TIME TO DIE สาวบอนด์คนรักเก่าอย่างเวสเปอร์ ลินที่เจมส์ยังไม่เคยลืมแต่เธอเสียชีวิตไปในภาคที่แล้ว 

จุดแตกหักของเขาและเธอในภาค NO TIME TO DIE

เมื่อเจมส์ได้มาทำความเคารพหลุมศพของเวสเปอร์ ลินเพื่อปล่อยวางจากเธอตามสัญญาที่ให้ไว้กับเมดาลีน แต่แล้วเขาก็โดนระเบิดเข้าอย่างจัง และถูกไล่ล่าจากพวกสายลับ SPECTRE นั่นทำให้เจมส์เชื่อว่าเมดาลีนหักหลังเขา หลังจากที่พวกเขาโดนไล่ล่าจนจนมุม ในหนังสายลับพยัคฆ์ร้าย 007ภาค NO TIME TO DIE รถของเจมส์ไม่แพ้ภาคไหนๆ เขาได้ใช้ไม้ตายอย่างปืนกลที่อยู่ในรถหรูของเขา เพื่อหนีจากการตามล่าและบอกลาเมดาลีนไปตลอดกาล

NO TIME TO DIE
รีวิวหนังพยัคฆ์ร้าย 007 JAMES BOND NO TIME TO DIE

ภารกิจที่อาจต้องแลกด้วยชีวิต

เมื่อดูNO TIME TO DIEแล้ว ก็เปิดเรื่องมาด้วยความสงบสุขของเจมส์ และพลิกเป็นฉากไล่ล่าสุดมัน แต่เมื่อเขาได้บอกลาเมดาลีน หนังฝรั่งพยัคฆ์ร้าย 007ในภาคNO TIME TO DIE เรื่องราวก็ตัดผ่านมาในอีก 5 ปี ที่สายลับ SPECTRE กำลังทำการโจรกรรมบางอย่างและนั่นทำให้วันหยุดพักผ่อนของเจมส์หมดลงอีกครั้ง เพราะเพื่อนเก่าอย่างฟลิกซ์ เลเทอร์เพื่อนเก่าจากซีไอเอได้ขอให้เขาเข้าทำภารกิจช่วยนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกลักพาตัวไป

ในภาค NO TIME TO DIE สายลับ 00เข้าร่วมกับสายลับสาว

หลังจากที่เจมส์ได้เข้าร่วมภารกิจใน NO TIME TO DIE 2021 ครั้งนี้ เขาได้ร่วมทำภารกิจกับสายลับสาว มีนามว่า พาโลมา เธอไม่ได้มีดีที่หน้าตาเพียงอย่างเดียว แต่เธอมีความสามารถในหารต่อสู้และใช้อาวุธได้อย่างดีเยี่ยม โดยภารกิจคือต้องแทรกซึมเข้าไปในงนเลี้ยงของกลุ่มสายลับ SPECTRE ซึ่งพวกเขารู้อยู่แล้วว่าเจมส์จะมาและปล่อยอาวุธชีวะภาพสู่เขา แต่แล้วพวก SPECTRE  กลับล้มตายไปซะเอง เพราะการปรับเปลี่ยนของด็อกเตอร์ และหลังจากนั้นเจมส์ก็ได้ไล่เก็บ SPECTRE ที่เหลือเพื่อชิงตัวด็อกเตอร์มาได้ เป็นหนังต่างประเทศน่าดูที่มีฉากให้ผู้ชมได้ลุ้นตาม

NO TIME TO DIE
รีวิวหนังพยัคฆ์ร้าย 007 JAMES BOND NO TIME TO DIE

ความหลัง และการล้างแค้น

หนังพยัคฆ์ร้ายล่าเวลามรณะเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน NO TIME TO DIE ทำไมถึงเกิดการสังหารหมู่คนที่น่าจะตอบคำถามนี้ได้น่าจะเป็นหัวหน้าSPECTRE ที่ถูกขังอยู่ในคุก ซึ่งคุณหมอจิตแพทย์ที่ต้องเข้าสอบสวนด้วยนั้นก็คือเมดาลีน และเธอถูกชายสวมหน้ากากบังคับให้ฉีดน้ำหอมบางอย่างก่อนเข้าพบ และนั่นทำให้หัวหน้าSPECTREที่ถูกคุมขังอยู่เสียชีวิตลง ใน NO TIME TO DIE นางเอกยิ่งเพิ่มความน่าสงสัยว่าเธอมีส่วนร่วมกับใครอยู่หรือเปล่า

ปิดตำนานสายลับที่ยาวนานที่สุด

ในภาค NO TIME TO DIE ก่อนดูผู้ชมที่ยังไม่ได้รับชมภาคอื่นๆอาจจะมีความกังวลว่าจะไม่เข้าใจในตัวเนื้อเรื่อง แต่ใน NO TIME TO DIE สามารถเล่าเรื่องราวต่างๆออกมาได้อย่างสนุกและเข้าใจได้ไม่ยาก เป็นหนังแอคชั่นที่มีเนื้อหาเข้มข้น คงความสนุกได้ตลอดทั้งเรื่อง ที่ทำให้ผู้ชมเอาใจช่วยสายลับสุดหล่อคนนี้ไปจนจบเรื่อง

NO TIME TO DIE
รีวิวหนังพยัคฆ์ร้าย 007 JAMES BOND NO TIME TO DIE

เสียงรีวิวจากผู้ที่ได้รับชมหนังเรื่องเจมส์บอนด์ ภาค NO TIME TO DIE

รีวิวหนังเรื่องนี้จากที่แฟนคลับสายลับ007 ตั้งตารอคอยการกลับมาของพระเอกแดเนียล เคร็ก ที่มีกระแสตั้งแต่ภาคที่แล้วว่าอาจจะไม่กลับมาเล่นหนังเรื่องนี้อีก แต่เขาก็กลับมาส่งท้าย ปิดฉากตำนานผู้ที่รับบทสายลับ ได้ยาวนานที่สุด และถือเป็นการปิดฉากที่สวยงามเพราะในภาค NO TIME TO DIE รีวิวไปในทางที่ดีเยี่ยม สมกับเป็นตอนสุดท้ายของหนังเรื่องนี้ 

ตอนจบที่สมศักดิ์ศรี

รีวิว NO TIME TO DIE ออกมาอย่างดีเยี่ยมมีให้ดูอย่างครบรสไม่ว่าจะเป็นในเรื่องฉากแอคชั่นก็ทำได้อย่างอลังการตามที่แบบฉบับของหนัง ในภาค NO TIME TO DIE มีทั้งฉากดราม่า ให้เห็นมุมที่อ่อนไหวที่สุดของพระเอกสายลับที่ภายนอกดูแข็บแกร่ง แต่เขาก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง และยังได้เรมี่ มาเลก นักแสดงมากฝีมือของวงการ มารับบทเป็นซาฟิน วายร้ายสุดอัจฉริยะ ที่จะพาผู้ชมไปสู่การก่ออาชญากรรมที่น่าตื่นเต้นและทันสมัย ในภาคนี้ถ่ายทำหลากหลายสถานที่ทั่วโลก แสดงถึงความยิ่งใหญ่และปิดฉากสายลับ 007 ได้อย่างสวยงาม

NO TIME TO DIE
รีวิวหนังพยัคฆ์ร้าย 007 JAMES BOND NO TIME TO DIE

บทสรุปหนังสายลับ NO TIME TO DIE

ในภาค NO TIME TO DIE บทสรุปของเรื่องนี้คือการนำผู้ชมไปถึงการปิดตำนานสายลับหมายเลข 007 ของนักแสดงแดเนียล เคร็ก ทำออกมาได้เข้มข้น เนื้อหาที่คาดไม่ถึง ครบทุกรส ทั้งฉากบู๊แอคชั่น ฉากเรียกน้ำตา และฉากดราม่าที่เราจะไม่เคยเห็นในภาคก่อนๆ ไม่ผิดหวังสำหรับการปิดฉากสายลับคนนี้เพราะผู้สร้างถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เรื่องนี้สำหรับผู้ชมที่ชอบหนังแอคชั่นหรือผู้ที่ยังไม่เคยชม ควรค่าแก่การหามารับชมเป็นอย่างมาก

Share This Post

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email
Share on pinterest

Other Content